สินค้าขายดี

ข้อมูลคลีนิก

5 คำถาม? เรื่อง สิวและรอยดำรอยแดงสิว

5 คำถาม? เรื่อง สิวและรอยดำรอยแดงสิว

5 คำถาม? เรื่อง สิวและรอยดำรอยแดงสิว

สิวและรอยสิวเป็นปัญหา ที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังมากที่สุด มาดูกันว่า คำถามเรื่องสิวที่แพทย์เฉพาะทางผิวหนังถูกถามมากที่สุดมีอะไรบ้าง

1.ถาม : สิวเกิดจากอะไร ทำไมบางคนก็เป็นบางคนก็ไม่เป็น?
ตอบ : สาเหตุของสิวแบ่งให้เข้าใจได้ง่ายๆเป็น สามกลุ่ม
1.1 สาเหตุจากภายใน คือพันธุกรรมและฮอร์โมนที่ผิดปกติ คนไข้กลุ่มนี้ จะเกิดมาพร้อมกับพันธุกรรมที่เอื้อต่อการเป็นสิว โดยจะมีความผิดปกติของการหลุดลอกของผิวหนังบริเวณรูเปิดของรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ง่าย นอกจากนั้นในคนไข้กลุ่มนี้มักมีระดับสัดส่วนฮอร์โมนเพศชายที่สูงกว่าปกติ (ปกติผู้หญิงก็มีฮอร์โมนเพศชายนะครับ แต่มีในระดับต่ำๆ เมื่อเทียบกับผู้ชาย) ซึงฮอร์โมนเพศชายที่สูงนี้จะทำให้ต่อมน้ำมันที่ผิวหน้า สร้างน้ำมันจำนวนมากทำให้หน้ามันและเกิดสิวอุดตันได้ง่าย ด้วยสาเหตุจากภายในนี้เองทำให้ความยากง่ายในการเกิดสิวแตกต่างกันไปในแต่ละคนนั่นเอง
1.2 สาเหตุจากภายนอก ส่วนมากมาจากเครื่องสำอางหรือสารต่างๆที่สัมผัสผิวหน้า 
1.2.1 เครื่องสำอางกลุ่มครีมรองพื้น (Foundation) หรือผลิตภัณฑ์ปกปิด(BB/CC cream) เป็นเครื่องสำอางกลุ่มที่ล้างออกได้ยาก มักเกิดการอุดตันรูขุมขนได้ง่าย
1.2.2 เครื่องสำอางกลุ่ม ผลัดผิวขาว (Whitening cream) เครื่องสำอางกลุ่มนี้มักมีส่วนผสมที่ง่ายต่อการระคายเคืองผิวหน้า เมื่อเกิดการระคายเคืองจะตามมาด้วยการบวมของผิวหนังและรูขุมขนและเกิดการอุดตันของรูขุมขนเป็นสิวอุดตันในที่สุด 
1.2.3 สิ่งแวดล้อมต่างๆที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหน้าเช่น ฝุ่น,น้ำ,มลภาวะ etc. ก็ทำให้เกิดสิวได้เช่นได้ด้วยกลไกเดียวกับสาเหตุในข้อ 1.2.2
1.3 สาเหตุจากภายใน+ภายนอก คือคนไข้กลุ่มนี้มีพันธุกรรมที่เอื้อต่อการเกิดสิวอยู่ และใช้เครื่องสำอางเพื่อปกปิดสิวและรอยสิวร่วมด้วย เลยยิ่งทำให้อาการของสิวรุนแรงขึ้นและควบคุมได้ยาก
1.4 กลุ่มอาการก้อนซีสที่รังไข่(Polycystic Ovary Syndrome) พบในผู้หญิง คนไข้กลุ่มนี้ จะมีลักษณะจำเพาะคือ เป็นผู้หญิงรูปร่างค่อนข้างอ้วน มีขนตามตัวขึ้นเยอะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีสิวขึ้นอยู่ตลอด หากมีอาการหรือสงสัยว่าเข้าข่ายภาวะนี้ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาโดยเร็ว

2.ถาม : สิวรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
ตอบ : ถ้าคนไข้เป็นสิวจากสาเหตุภายนอกเพียงอย่างเดียว เมื่อทำการรักรักษาและหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่เป็นเหตุให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนแล้ว ก็มักจะไม่มีปัญหาเรื่องสิวอีกหรือหายขาดได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาจากสาเหตุภายในจะทำการรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถควบคุมอาการของสิวไม่ให้กำเริบขึ้นมาได้

3.ถาม : สิวมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง?
ตอบ : มีการรักษาสิวโดยทั่วไปประกอบด้วย

3.1 การรักษาด้วยยา ปัจจุบันมียาทาและยารับประทาน รักษาสิวที่มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเพราะสิวมีหลายประเภท แต่ละประเภทตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน และที่สำคัญยาทารักษาสิวหลายๆตัวมักมีผลข้างเคียงต่อผิวหน้าเช่นอาการแสบหรือการระคายเคือง ส่วนยารับประทานบางตัวอาจส่งผลต่อการทำงานของตับ เพราะฉนั้นการรักษาสิวด้วยยา ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยชนิดของสิวอย่างถูกต้องและเลือกสั่งจ่ายยาที่เหมาะสมที่สุดกับคนไข้แต่ละคนโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด

3.2 การรักษาสิวด้วยเลเซอร์ ปัจจุบันมีการใช้เลเซอร์เข้ามาร่วมในการรักษาสิวมากขึ้น แต่ละชนิดก็มีกลไกในการรักษาต่างกันไป
3.2.1 เลเซอร์ CO2 : เหมาะกับการรักษาสิวอุดตันที่เม็ดใหญ่อยู่ลึกและไม่สามารถกดออกได้ด้วยการกดสิวโดยใช้เข็มแบบปกติ เลเซอร์ชนิดนี้ต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษาเป็นอย่างมากเพราะอาจเกิดการอักเสบและมีรอยแดงรอยดำที่มากผิดปกติหลังการรักษาได้ เพราะฉนั้นหากจะรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้ ควรทำการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
3.2.2 Intense pulsed light (IPL) : มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสิว โดยส่งพลังงานเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ (P.acne) ส่งผลให้สิวอักเสบลดลง นอกจากนั้น IPL ยังช่วยรักษารอยแดงรอยดำของสิวให้จางลงได้อีกด้วย แต่การรักษาจะได้ผลดีเพียงใด ขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ผู้รักษาเพราะหากใช้พลังงานต่ำเกินไปก็อาจไม่ได้ผลแต่หากใช้พลังงานสูงเกินไปก็อาจทำให้ผิวหนังเป็นรอยไหม้ได้เช่นกัน

4.ถาม : รอยแดงรอยดำสิวมีวิธีป้องกันหรือไม่?
ตอบ : รอยแดงและรอยดำสิว เกิดจากการมีสิวอักเสบเกิดขึ้น ยิ่งปล่อยให้สิวอักเสบอยู่นานเท่าไหร่ ความรุนแรงของรอยแดงรอยดำก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นรวมถึงโอกาสเกิดแผลเป็นหลุมสิวที่เพิ่มขึ้นด้วย 
เพราะฉะนั้นการป้องกันรอยสิว ต้องเริ่มจากการป้องกันไม่ให้มีสิวอักเสบบนใบหน้า ซึ่งสิวอักเสบเกิดจากการที่มีสิวอุดตันบนใบหน้านั่นเอง การรักษาสิวตั้งแต่ระยะที่เริ่มมีสิวอุดตันเกิดขึ้นบนใบหน้าจึงเป็นการป้องกันรอยแดงรอยดำสิวที่ดีที่สุด 
แต่หากเกิดสิวอักเสบขึ้นมาแล้วควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อทำการรักษาเพื่อให้สิวอักเสบยุบลงโดยเร็วที่สุด

5.ถาม : รอยแดงรอยดำสิวมีวิธีการรักษาอย่างไร?
ตอบ : การรักษาแผลที่เป็นรอยแดงหรือรอยดำ
5.1.การใช้ยาทา มียาทาที่มีประสิทธิภาพในการรักษารอยสิวอยู่หลายชนิด ส่วนมากมักจะมีส่วนประกอบด้วยกรดวิตามิน เช่น Tretinoin ซึ่งมีผลข้างเคียงและระคายเคืองค่อนข้างมาก ควรใช้ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ
5.2.การรักษา โดยใช้แสงเลเซอร์ IPL , Pulsed dye Laser หรือ Copper Bromide Laser เป็นวิธีที่ไม่เจ็บและใช้เวลารักษาไม่นาน สามารถช่วยให้รอยแดงหายเร็วยิ่งขึ้น โดยรอยแดงรอยดำจะลดลงประมาณครั้งละ 15-20%

สิวดูจะไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันมียาและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีในการรักษาออกมามากมาย แต่หากเลือกใช้ผิดอาจได้รับผลข้างเคยที่ไม่พึงประสงค์และการรักษาย่อมไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นการรักษาสิวควรรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเป็นผู้พิจารณาเลือกยาและแนะนำการรักษาเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นและเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด


นพ.พีรพงษ์ สุดสงวน (หมอ ต่อ) 
แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Board of Dermatology) 
พญ.ฉัตรบงกช เขมาชีวะกุล (หมอ หยก)
แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง (Fellowship in Dermatology)
ประจำ ฉัตร-พีร คลินิก เชียงใหม่

สนใจสอบถามปัญหาด้านผิวหนังและความงาม โดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพิ่มเติมติดต่อ (หมอต่อ ตอบเองครับ^^)

INBOX Facebook page Personal Dermatologist 
LINE ID : personal.dermato
TEL. 098-747-8833

“Cause your skin tells the World who you are... Let us take care yours!”

Leave a Reply

* Name:
* E-mail: (Not Published)
   Website: (Site url withhttp://)
* Comment:
Type Code